5 บรรจุภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติ ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

5 บรรจุภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติ ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ค้นหาทางเลือกใหม่ในการบรรจุอาหารอย่างยั่งยืน ด้วยบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ 5 ชนิดนี้ ที่จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้

ในยุคที่ความตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ การค้นหาทางเลือกใหม่ๆ ในการบรรจุอาหารอย่างยั่งยืนจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติกลายมาเป็นตัวเลือกสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและผลกระทบต่อโลกใบนี้ของเราได้อย่างมาก

ความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นก้าวสำคัญในการลดปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งลงสู่ธรรมชาติ ซึ่งสารเคมีจากพลาสติกไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศน์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์อีกด้วย ดังนั้นการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติจึงเป็นทางออกที่ยั่งยืนสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ปัญหาของบรรจุภัณฑ์พลาสติก

ก่อนจะไปรู้จักบรรจุภัณฑ์อาหารจากวัสดุธรรมชาติ เราควรทำความเข้าใจถึงปัญหาของบรรจุภัณฑ์พลาสติกก่อน โดยตามรายงานจากองค์การสหประชาชาตินั้น มีขยะพลาสติกประมาณ 8 ล้านตันที่ถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทรทุกปี ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ป่าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ พลาสติกยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใกล้จะหมดไปในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

ทำไมต้องเลือกบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ

การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติมีข้อดีหลายประการ นอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว วัสดุเหล่านี้ยังสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกตกค้าง อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ยังมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติยังสามารถช่วยลดการพึ่งพาพลาสติกและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย ดังนั้นบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจอาหารที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

แนะนำ : 5 เหตุผลที่ต้องเลือกบรรจุภัณฑ์จากไม้ไผ่ สำหรับธุรกิจของคุณ

กองขยะที่ประกอบด้วยพลาสติกและวัสดุต่างๆ ที่ถูกทิ้งรวมกันบนพื้นดิน โดยมีถุงกระดาษและถ้วยกระดาษที่อยู่ในกองขยะ สื่อถึงปัญหาขยะพลาสติกและการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ยั่งยืน แม้จะมีบรรจุภัณฑ์กระดาษปรากฏอยู่ในภาพก็ตาม

5 บรรจุภัณฑ์อาหารจากวัสดุธรรมชาติที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การหันมาใช้บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติอาจเป็นความท้าทายสำหรับผู้ผลิต เนื่องจากต้องคำนึงถึงความคงทนและความปลอดภัยในการบรรจุอาหาร ต่อไปนี้เป็น 5 ตัวเลือกของบรรจุภัณฑ์อาหารจากวัสดุธรรมชาติที่ได้รับความนิยม

1.กระดาษและกระดาษแข็ง

กระดาษเป็นวัสดุหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์อาหาร เนื่องจากเป็นวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพและมีการใช้วัตถุดิบที่หมุนเวียนได้ กระดาษแข็งสามารถนำมาทำกล่องบรรจุอาหารได้ ในขณะที่กระดาษธรรมดาสามารถพิมพ์เป็นถุงหรือห่อหุ้มอาหารได้

บรรจุภัณฑ์กระดาษเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจที่ต้องการลดการใช้พลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนำไปใช้ร่วมกับการรีไซเคิลและการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ

2.ใบตองและใบไม้

ใบตองและใบไม้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติที่มีประวัติการใช้งานมายาวนาน โดยเฉพาะในวัฒนธรรมเอเชีย ซึ่งปัจจุบันมีการนำใบตองและใบไม้มาใช้บรรจุอาหารมากขึ้น เนื่องจากเป็นวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารได้ด้วย

บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้เหมาะสำหรับธุรกิจอาหารที่ต้องการนำเสนอบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดในการรักษาคุณภาพและอายุการเก็บรักษาของอาหารบางประเภทด้วย

3.เส้นใยธรรมชาติ

เส้นใยธรรมชาติ เช่น เส้นใยจากต้นปาล์ม ผัก และผลไม้ ที่ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุทำบรรจุภัณฑ์อาหารอย่างแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง มีความทนทานและสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

โดยบรรจุภัณฑ์เส้นใยธรรมชาตินี้สามารถนำมาทำเป็นกล่องใส่อาหาร จาน ชาม และแก้วน้ำได้ นอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ยังสามารถช่วยรักษาคุณภาพและรสชาติของอาหารได้ด้วย

4.แป้งมันสำปะหลัง

แป้งมันสำปะหลังเป็นอีกหนึ่งวัสดุธรรมชาติที่ได้รับความนิยมในการนำมาทำบรรจุภัณฑ์อาหาร เนื่องจากสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถผลิตได้จากวัตถุดิบในท้องถิ่น

บรรจุภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลังสามารถนำมาทำเป็นถาดใส่อาหาร ถุงกระดาษ และแก้วน้ำได้ โดยมีข้อดีคือสามารถรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของอาหารไว้ได้นานกว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นๆ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องคำนึงถึงความทนทานและอายุการเก็บรักษาด้วย

5.แก้วจากผลไม้

สุดท้ายนี้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำจากผลไม้ เช่น สับปะรด เงาะ และมะพร้าว ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

หูหิ้วแก้วไม้ไผ่รักษ์โลก หรือบรรจุภัณฑ์ผลไม้สามารถนำมาทำเป็นแก้วน้ำ ถ้วยใส่อาหาร และจานรองได้ นอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ยังมีความแปลกใหม่และดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องมีการคำนึงถึงข้อจำกัดในการรักษาคุณภาพและอายุการเก็บรักษา

สัญลักษณ์รีไซเคิลที่ทำจากใบไม้สีเขียวแขวนลอยอยู่กลางป่า มีผู้หญิงสองคนกำลังทิ้งขยะลงในถังรีไซเคิลสีเขียวและสีน้ำเงิน สื่อถึงการรีไซเคิลเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในบรรยากาศที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

ปัจจัยสำคัญในการเลือกบรรจุภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติ 

1.ประเภทของอาหาร

  • อาหารแห้ง (Dry Food) : เหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันความชื้นและแมลง เช่น กระดาษคราฟท์เคลือบ , กล่องกระดาษแข็ง , เส้นใยธรรมชาติที่แห้งสนิท
  • อาหารเปียก/มีน้ำ (Wet/Liquid Food) : ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่กันน้ำและน้ำมันได้ดี เช่น ใบตอง/ใบไม้ (สำหรับระยะสั้น) , บรรจุภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลังเคลือบ , เส้นใยธรรมชาติเคลือบ หรือแก้วจากผลไม้ (สำหรับบางประเภท)
  • อาหารร้อน (Hot Food) : ควรเลือกวัสดุที่ทนความร้อนได้ดี เช่น กระดาษเคลือบพิเศษ , เส้นใยธรรมชาติหนา , ใบตอง/ใบไม้ (สำหรับอาหารบางประเภท) ควรหลีกเลี่ยงบรรจุภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลังบางชนิดที่อาจอ่อนตัวเมื่อโดนความร้อน
  • อาหารเย็น (Cold Food) : สามารถเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ได้หลากหลาย แต่ควรพิจารณาเรื่องความเย็นและความชื้น เช่น กระดาษ , เส้นใยธรรมชาติ , แป้งมันสำปะหลัง หรือแก้วจากผลไม้

2.ระยะเวลาในการจัดเก็บและขนส่ง

  • ระยะสั้น (Short-term) : เช่น อาหารพร้อมทาน อาหารเดลิเวอรี่ สามารถใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ง่าย เช่น ใบตอง/ใบไม้ , กระดาษที่ไม่เคลือบ
  • ระยะกลาง (Mid-term) : เช่น อาหารแช่เย็น อาหารแปรรูป ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ทนทานขึ้น เช่น กระดาษเคลือบ , เส้นใยธรรมชาติ , แป้งมันสำปะหลัง
  • ระยะยาว (Long-term) : เช่น อาหารแห้งที่ต้องการเก็บรักษานาน ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันความชื้น แมลง และอากาศได้ดี เช่น กระดาษคราฟท์เคลือบหนา , บรรจุภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการพิเศษ

3.งบประมาณ

  • ต้นทุนต่ำ (Low Cost) : เช่น ใบตอง/ใบไม้ , กระดาษที่ไม่ผ่านการแปรรูปมากนัก
  • ต้นทุนปานกลาง (Medium Cost) : เช่น กระดาษเคลือบ , เส้นใยธรรมชาติ
  • ต้นทุนสูง (High Cost) : เช่น บรรจุภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลังที่ผ่านกระบวนการพิเศษ , แก้วจากผลไม้ (มักมีราคาสูงกว่าเนื่องจากกระบวนการผลิต)

4.ภาพลักษณ์ของแบรนด์

  • ธรรมชาติ/ออร์แกนิก (Natural/Organic) : บรรจุภัณฑ์จากใบตอง/ใบไม้ , เส้นใยธรรมชาติ , กระดาษคราฟท์ จะช่วยเสริมภาพลักษณ์
  • ทันสมัย/นวัตกรรม (Modern/Innovative) : บรรจุภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง , แก้วจากผลไม้ จะสื่อถึงความทันสมัย
  • พรีเมียม/หรูหรา (Premium/Luxury ): บรรจุภัณฑ์จากไม้ไผ่ หรือกระดาษที่มีดีไซน์พิเศษ จะเหมาะสม

5.มาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร

  • การรับรอง (Certifications) : มองหาบรรจุภัณฑ์ที่มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร เช่น FDA (สหรัฐอเมริกา) , EU regulations (สหภาพยุโรป) หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศของคุณ (เช่น อย. ในประเทศไทย)
  • การทดสอบ (Testing) : ตรวจสอบว่าบรรจุภัณฑ์มีการทดสอบการปนเปื้อนของสารเคมีหรือไม่
  • วัสดุที่สัมผัสอาหารโดยตรง (Food Contact Materials) : ตรวจสอบว่าวัสดุที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับการสัมผัสอาหารโดยตรง

ตารางสรุปการเลือกบรรจุภัณฑ์

ปัจจัย (Factor) อาหารแห้ง (Dry Food) อาหารเปียก/มีน้ำ (Wet/Liquid Food) อาหารร้อน (Hot Food) อาหารเย็น (Cold Food)
วัสดุที่แนะนำ (Recommended Materials) กระดาษคราฟท์, กล่องกระดาษแข็ง, เส้นใยแห้ง ใบตอง/ใบไม้ (ระยะสั้น), แป้งมันสำปะหลังเคลือบ, เส้นใยเคลือบ, แก้วผลไม้ (บางประเภท) กระดาษเคลือบพิเศษ, เส้นใยหนา, ใบตอง/ใบไม้ (บางประเภท) กระดาษ, เส้นใย, แป้งมันสำปะหลัง, แก้วผลไม้
การพิจารณาเพิ่มเติม (Additional Considerations) ป้องกันความชื้นและแมลง กันน้ำและน้ำมัน ทนความร้อน รักษาความเย็นและความชื้น

ข้อดีของการใช้บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติ

บรรจุภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติ เช่น กระดาษ ไม้ เส้นใยพืช หรือแป้งมันสำปะหลัง ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าบรรจุภัณฑ์จากพลาสติก เนื่องจากสามารถย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วหลังจากใช้งานแล้ว โดยไม่ทิ้งคราบมลพิษตกค้างในธรรมชาติ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์เหล่านี้ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้ง่ายกว่าพลาสติกทั่วไป

การใช้บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาตินอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกแล้ว ยังมีข้อดีอื่นๆ อีกมากมาย เช่น

  • ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์ให้คงความสมดุล เนื่องจากวัสดุเหล่านี้สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
  • ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค เนื่องจากไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีจากพลาสติก
  • ช่วยส่งเสริมการเกษตรและอุตสาหกรรมท้องถิ่น โดยการใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น

แม้ว่าบรรจุภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในแง่ของความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ควรพิจารณาการใช้งานอย่างรอบคอบ โดยเลือกให้เหมาะสมกับประเภทของอาหารและระยะเวลาในการจัดเก็บ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาคุณภาพและความสดของอาหาร นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการคัดแยกและนำกลับมารีไซเคิลหลังการใช้งานด้วย เพื่อให้วงจรการใช้งานบรรจุภัณฑ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

แนวโน้มและนวัตกรรมของบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติ

1.เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติ

  • การใช้เอนไซม์และจุลินทรีย์ (Enzyme and Microbial Technologies) : เทคโนโลยีชีวภาพกำลังถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของวัสดุธรรมชาติ เช่น การใช้เอนไซม์เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของเส้นใยพืช หรือการใช้จุลินทรีย์ในการผลิตพลาสติกชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
  • การพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing ) : เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติช่วยให้สามารถสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีรูปทรงที่ซับซ้อนและปรับแต่งได้ตามความต้องการ โดยใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น เส้นใยเซลลูโลส หรือแป้ง
  • นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) : การใช้นาโนเทคโนโลยีสามารถปรับปรุงคุณสมบัติของวัสดุธรรมชาติ เช่น เพิ่มความแข็งแรง ความทนทานต่อน้ำ และคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย

เทคโนโลยีการเคลือบแบบใหม่ มีการพัฒนาเทคนิคการเคลือบแบบใหม่ที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไขผึ้ง หรือโปรตีนจากนม เพื่อเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำและกันน้ำมันให้กับบรรจุภัณฑ์กระดาษ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการย่อยสลาย

2.การพัฒนาวัสดุใหม่ๆ (Development of Novel Materials)

  • วัสดุจากเห็ด (Mycelium Packaging) : ไมซีเลียม หรือรากของเห็ด เป็นวัสดุที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติที่แข็งแรง น้ำหนักเบา และย่อยสลายได้ง่าย สามารถนำมาขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ
  • วัสดุจากสาหร่ายทะเล (Seaweed Packaging) : สาหร่ายทะเลเป็นแหล่งทรัพยากรที่ยั่งยืนและมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เช่น สามารถย่อยสลายได้ในทะเล และมีคุณสมบัติเป็นฟิล์มที่สามารถใช้ห่อหุ้มอาหารได้
  • วัสดุจากกากเหลือทิ้งทางการเกษตร (Agricultural Waste-Based Materials) : การนำกากเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น ชานอ้อย ซังข้าวโพด หรือเปลือกผลไม้ มาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้และลดปริมาณขยะ

พลาสติกชีวภาพจากพืช มีการพัฒนาพลาสติกชีวภาพจากพืชหลากหลายชนิด เช่น ข้าวโพด อ้อย หรือมันสำปะหลัง ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับพลาสติกทั่วไป แต่สามารถย่อยสลายได้

3.ตัวอย่างนวัตกรรมที่น่าสนใจ

  • บรรจุภัณฑ์ที่กินได้ (Edible Packaging) : บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุที่สามารถรับประทานได้ เช่น ฟิล์มจากนม หรือเจลาติน เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจที่ช่วยลดปริมาณขยะได้อย่างมาก
  • บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Packaging) : การผสานเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และ IoT (Internet of Things) เข้ากับบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติ เพื่อตรวจสอบความสดใหม่ของอาหาร หรือติดตามการขนส่ง

บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging Systems) มีการพัฒนาระบบบรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำได้ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติที่ทนทาน และมีระบบการจัดการเพื่อนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่

สรุป

การเลือกใช้ บรรจุภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติ เป็นก้าวสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของเรา ด้วยคุณสมบัติที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รวมถึงความสามารถในการนำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ได้ บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ควรหันมาให้ความสำคัญและร่วมมือกันในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา: https://americadebtreduction.com/packaging/5-natural-food-packaging/

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.

This website uses cookies to improve user experience. By using our website you consent to all cookies in accordance with our privacy policy. เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Performance

    Performance cookies are used to see how visitors use the website, eg. analytics cookies. Those cookies cannot be used to directly identify a certain visitor.

Save