FLEXIBLE PACKAGING แนวโน้มนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต

FLEXIBLE PACKAGING แนวโน้มนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต

แรงขับเคลื่อนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคเกิดขึ้นด้วยหลายปัจจัย ทั้งจากผู้ผลิตที่ต้องการเพิ่มอายุสินค้าบนชั้นวาง การลดน้ำหนักหีบห่อเพื่อการขนส่งที่สะดวกและประหยัด รวมถึงข้อกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละประเทศ ซึ่งความต้องการเหล่านี้ได้รับการตอบโจทย์ไปทีละขั้นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทันสมัย และหนึ่งในนั้นก็คือ “Flexible Packaging” หรือ “บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว”

ในประเทศญี่ปุ่น การใช้บรรจุภัณฑ์อ่อนตัวในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคนั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง ซึ่งบรรจุภัณฑ์อ่อนตัวส่วนใหญ่นั้นจะขึ้นรูปจากฟิล์มหลายชนิดจนถุงที่มีความแข็งแรง ทนต่อความร้อน และความดันสูงได้ ทั้งยังสามารถพิมพ์ลวดลายกราฟิกลงบนบรรจุภัณฑ์ และเมื่อผนวกกับจุดเด่นในการลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ได้ ก็ยิ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องการจ่ายภาษีตามน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ ทั้งยังช่วยลดปริมาณการใช้วัสดุและพลังงานในกระบวนการผลิต ประหยัดค่าขนส่งและพื้นที่ ตลอดจนห่อหุ้มสินค้าไม่ให้แตกหักง่าย

บริษัทชั้นนำด้านบรรจุภัณฑ์ในญี่ปุ่น อาทิ Toppan Printing Co., Ltd. ได้พัฒนาทั้งวัสดุโพลิเมอร์และโครงสร้างฟิล์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์คงรูปต่างๆ เช่น กระป๋องอะลูมิเนียม ขวดแก้ว ขวดพลาสติกคงรูป ยกตัวอย่างถุงตั้งได้ที่ขึ้นรูปด้วยการอัดรีดร่วม (Co-Extrude) จากโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) และโพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LLDPE) มาหลอมเหลวแล้วอัดรีดร่วมกันให้เป็นโครงสร้างวัสดุสามชั้น โดยชั้นกลางเป็น HDPE ประกบผิวทั้งสองด้านด้วย LLDPE จากนั้นจึงนำไปตัดและปิดขอบด้วยความร้อนให้เป็นรูปซองบรรจุภัณฑ์ ซึ่งนำไปรีไซเคิลได้ ทั้งยังทนต่อการเจาะทะลุ ต้านทานการซึมผ่านของความชื้นและไขมัน เพื่อคงรสชาติและกลิ่นของอาหารได้ดี หรือการคิดค้นบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบ Steam Release Packaging เพื่อบรรจุอาหารประเภทที่ต้องอุ่นด้วยไมโครเวฟโดยไม่ต้องเจาะรูเพื่อให้ไอน้ำระบายออกได้ โดยใช้หลักการ Hot Air Release บนซองบรรจุภัณฑ์ โดยไอน้ำและอากาศภายในที่ขยายตัวในซองบรรจุภัณฑ์จะถูกระบายออกทางวาล์วแบบอัตโนมัติเมื่อความดันภายในและภายนอกซองต่างกัน

สิ่งเหล่านี้ล้วนเน้นย้ำการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญเรื่องการใช้งานของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเลือกใช้นวัตกรรมวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งยังปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยตรง

 

ขอบคุณที่มา: TCDC

No Comments

Post A Comment